7 ข้อสังเกต ที่บอกว่า เขาเป็นคนเห็นแก่ตัวสุด ๆ

1. เอาแต่ใจตัวเอง

ไม่ว่าจะถกเถียง โต้แย้ง หรือกำลังหาคำตอบเรื่องใดอยู่ก็ตาม แต่ในท้ายที่สุดแล้วจะเป็นคนกำหนดทุกอย่าง

ในเมื่อมีคำตอบมีปักธงอยู่ในใจแล้ว จะขอความคิดเห็นทำไม คือแบบนี้ไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่ต้องการคนที่มาสนับสนุนความคิดเท่านั้นแหละ

อย่าถามให้เหนื่อย เพราะสุดท้ายแล้ว ก็เลือกสิ่งที่ตัวเองต้องการอยู่ดี

2. คนอื่นเป็นฝ่ายยอมตลอด

อันนี้เป็นสัญญาณแรก คือการให้คนอื่นเป็นฝ่ายยอมตลอด ไม่ว่าจะทำอะไรหรือคิดอะไร ก็มักจะเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล และคนอื่นต้องเห็นด้วยกับสิ่งที่คิด ที่ทำทุกครั้ง

แม้บางครั้งคนอื่นอาจจะไม่ชอบสิ่งที่หยิบยื่นให้ก็ตาม การที่คนยอมนั้น ไม่ได้แปลว่ากลัว แต่มันเป็นการรักษามิตรภาพ อย่าลืมว่า “แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร” แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ความหมายนี้

3. ตัวเองก้าวก่ายเรื่องต่าง ๆ ได้ แต่คนอื่นอย่าได้ยุ่ง

ไม่ชอบให้ใครมาพูดหรือคิดเห็นต่าง ยามคนอื่นพูดหรือเตือน กลับมองว่าเป็นการก้าวก่าย อารมณ์เสีย

ในขณะที่ตัวเอง สามารถวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่

4. อยากให้คนอื่นเป็นอย่างที่ต้องการ

เคยถามความต้องการของคนอื่นบ้างหรือเปล่า ต้องกินเหมือนกัน ต้องไปด้วยกัน ต้องไลฟ์สไตล์แบบเดียวกัน อันนี้ไม่ใช่แค่เห็นแก่ตัวเท่านั้น แต่ทำร้ายจิตใจคนอื่นด้วย

เพราะมันแสดงถึงว่า ไม่เคยพอใจในสิ่งที่คนอื่นมี หรือสิ่งที่คนอื่นเป็น แต่กลับอยากให้เป็นอย่างที่ต้องการไปเสียทุกอย่าง

5. ไม่เคยขอโทษ

เป็นฝ่ายผิดแต่กลับมองว่าตัวเองถูก หรือรู้ว่าตัวเองผิด แต่ไม่เคยขอโทษ และที่แย่กว่านั้นคือ ขอโทษแบบไม่จริงใจ ขอโทษแบบขอไปที

6. หงุดหงิดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ

อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ หงุดหงิดเสมอ หากสิ่งที่คาดหวังไม่ได้ดั่งใจ ที่หนักไปกว่านั้น ไม่ว่าจะหงุดหงิดมาจากไหนก็ตาม มักจะมาระบาย หรือหงุดหงิดใส่คนอื่นอีกต่างหาก

เช่น การพูดประชดประชัน ตวาด เสียงดัง หรือใครไม่อินไปด้วยกับปัญหาที่เจอ หรือสิ่งที่เล่าให้ฟัง ก็มักจะทำสิ่งนั้นเพื่อให้คนอื่นได้รู้สึกแบบเดียวกัน

อาจตามมาด้วยคำพูดประมาณว่า “เข้าใจหรือยังล่ะ” หรือ “รู้สึกหรือยังล่ะ ว่าฉันรู้สึกยังไง”

7. ไม่เคยช่วย หรือช่วยก็ทวงบุญคุณ

อย่าคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ที่จะปล่อยให้คนอื่นทำทุกอย่างโดยอ้างว่า เหนื่อยหรือทำมามากแล้ว

หรือช่วยก็เพียงเพื่อให้รู้สึกถึงบุญคุณ ทั้ง ๆ ที่ประโยชน์ตกอยู่กับตัวเองมากกว่า ความเห็นแก่ตัวเป็นกิเลสในตระกูลโลภะ และโลภหนักไปหน่อยจึงเห็นแก่ตัว

เจอคนเห็นแก่ตัวต้องเข้าใจว่า นิสัยเห็นแก่ตัวมี 2 สาเหตุใหญ่ ๆ

สาเหตุแรกเป็น สันดาน คือนิสัยที่ติดตัวข้ามภพข้ามชาติมา ถ้าเจอประเภทนี้หนักหน่อย เจอต้องทำใจ

สาเหตุที่สอง เป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นในชาตินี้คือ เกิดจากสิ่งแวดล้อมไม่ดี คนรอบข้างไม่ดี การเลี้ยงดูไม่ดี ก็เลยทำให้อาจจะต้องแย่งชิง

สิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ สั่งสมขึ้นมา แล้วกลายเป็นนิสัยเห็นแก่ตัว อันนี้พอจะกล่อมเกลาได้ แต่ต้องอดทน

แต่ยังมีอีกสาเหตุหนึ่ง คือตัวเองก็ไม่ดีเอง เช่น บริหารงาน บริหารเงินไม่เป็น สุดท้ายเศรษฐกิจฝืดเคือง เลยกลายเป็นคนเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัวเข้ามาอีก

แบบนี้พออุปสรรคน้อยลง ความเห็นแก่ตัวก็จะคลายลงด้วย

ที่มา B u s i n e s s l i n k