เรื่องราวของ เซกิ นักยูโดแขนเดียว จะช่วยเพิ่มกำลังใจให้กับคุณ

เรื่องราวของ เซกิ นักยูโดแขนเดียว จะช่วยเพิ่มกำลังใจให้กับคุณ 

เซกิ รักยูโดเป็นชีวิตจิตใจ พ่อแม่ของเขาจึงพาไปฝากเรียนกับอาจารย์ที่เก่งที่สุดในเมือง

อาจารย์ปฏิเสธ และบอกให้เขาไปเล่นอย่างอื่นเถอะ

เซกิไม่เปลี่ยนใจ เขานั่งคุกเข่าอยู่หน้าสำนักจนดึกดื่น อาจารย์จึงได้แต่ส่ายหน้า และยอมแพ้ต่อความมุ่งมั่น

สุดท้ายอาจารย์ก็ตกลงรับเซกิเป็นศิษย์ แต่มีเงื่อนไขว่าจะสอนพื้นฐานให้ ส่วนระดับสูงกว่านั้นจะสอนให้เพียงท่าเดียว

เซกิ ขอเหตุผลจากอาจารย์ อาจารย์หันมาจ้องตาแล้วตอบว่า “นักยูโดแขนเดียวอย่างเธอ เรียนเท่านี้ก็มากเกินไปแล้ว”

เซกิ จึงก้มหน้ายอมรับคำตอบของอาจารย์

เขาเสียแขนข้างนั้นจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อตอน 4 ขวบ นั่นเป็นจุดอ่อนประการเดียว ที่เขายอมรับ แต่ไม่เคยยอมแพ้

อาจารย์ส่งเซกิเข้าแข่งขันรายการแรกในชีวิต พ่อแม่มาชมพร้อมเตรียมคำปลอบใจไว้ให้ลูกชาย แต่เซกิผ่านรอบแรกไปได้อย่างง่ายดาย ด้วยท่าทุ่มท่าเดียว ที่ซ้อมมากว่า 6 เดือน

เซกิ ผ่านเข้ารอบลึก ๆ ด้วยท่าเดียว จังหวะเดียว บางครั้งเซกิต้องรออยู่นาน จนคู่ต่อสู้ขยับเข้าจังหวะทุ่มที่เขาถนัด

กว่าจะรู้ตัวเซกิก็ผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศ

คู่ต่อสู้ของเซกิเป็นแชมป์เก่า โตกว่า แข็งแรงกว่า และแทบจะไม่มีจุดอ่อนที่เซกิจะเอาชนะได้เลย

เซกิกัดฟันรอ และรอ จนคู่ต่อสู้เผลอลดการ์ด เซกิทุ่มลงพื้นด้วยท่าเดียวที่เรียนมา และเป็นท่าที่พาเซกิเป็นแชมป์

เซกิคิดว่าตัวเองอยู่ในความฝัน แขนข้างเดียวกอดถ้วยรางวัลแน่น ก่อนจะเอ่ยถามอาจารย์ว่า “อาจารย์ ทำไมผมถึงชนะได้ด้วยท่าทุ่มท่าเดียว ?”

อาจารย์ยกแขนขึ้นกอดอก แล้วบอกกับลูกศิษย์ว่า “เพราะท่าที่ฉันถ่ายทอดให้เธอ เป็นไม้ต ายสุดยอดของยูโด ซึ่งมันมีท่าแก้อยู่เพียงท่าเดียวเท่านั้น คือการยึดมือซ้ายของคู่ต่อสู้แล้วกระชากกลับ”

เซกิเหลือบตาไปมองไหล่ซ้ายที่ปราศจากแขน บางทีจุดอ่อนที่สุดที่ทุกคนเห็น อาจจะเป็นจุดที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์อย่างเซกิ

บ่อยครั้งที่เรามองหาแต่ข้อเสียของตัวเอง แต่สุดท้าย.. ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ล้วนดีเสมอ อยู่ที่เราจะเลือกมองมุมไหนต่างหาก

จุดอ่อน หรือ จุดแข็ง

จุดด้อย หรือ จุดดี

อยู่ที่เราเลือกวิธีจะใช้มัน

ที่มา เรื่องดี ๆ มีข้อคิด